ปริศนา “ญี่ปุ่นสมัยใหม่” การเปลี่ยนผ่านของสังคมญี่ปุ่นสู่ศตวรรษที่ 21

โดย ศุภกานต์ ครองสินทรัพย์
นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เสน่ห์อย่างหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นคือการมาบรรจบกันอย่างลงตัวระหว่างเทคโนโลยีจากยุคใหม่กับวัฒนธรรมดั้งเดิมจากยุคเก่า เป็นการรวมกันของความน่าตื่นตาจากการพัฒนาและความเร้นลับแบบเอเชียในสายตาชาวตะวันตก อะไรทำให้ประเทศที่เคยแยกตัวเป็นเอกเทศ ไม่ต้อนรับต่างชาติในวันนั้น กลายเป็นจุดหมายปลายทางของผู้คนทั่วโลกในวันนี้ คำตอบนั้น คริสโตเฟอร์ โกโต-โจนส์ (Christopher Goto-Jones) อธิบายไว้ในหนังสือ ญี่ปุ่นสมัยใหม่: ความรู้ฉบับพกพา

ดังที่คริสโตเฟอร์เกริ่นไว้ในบทนำว่า

“ผมไม่อาจหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะทำหน้าที่นำเสนอภาพรวมของช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นและสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ได้อย่างเพียงพอ แต่มันจะพิจารณาชุดคำถามที่ว่า การเรียกญี่ปุ่นเป็นสังคม ‘สมัยใหม่’ มีความหมายว่าอย่างไร และประเภทของความเป็น ‘สมัยใหม่’ ที่ว่านี้มีความสำคัญอย่างไรต่อคนญี่ปุ่นกลุ่มต่างๆ ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน”

เขาไม่เพียงเล่าถึงเกร็ดประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น แต่วิเคราะห์ให้เห็นพลังของการเปลี่ยนแปลงภายในญี่ปุ่นเองอย่างเป็นลำดับ ด้วยสำนวนที่อ่านง่าย เสมือนนั่งเรือท่องชมฉากสังคมญี่ปุ่นร่วมสมัย ซึ่งแบ่งเป็น 5 ฉากได้แก่

ฉากแรก ญี่ปุ่นกับการเผชิญหน้ากับโลกตะวันตกนับตั้งแต่การมาถึงของพลเรือจัตวาเพอร์รี่แห่งสหรัฐฯ ในปี 1853 เพื่อเปิดประเทศญี่ปุ่นสู่นานาชาติ และการเผชิญกระแสความคิดสมัยใหม่ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นเอง  ฉากต่อมา เข้าสู่ยุคเมจิที่เรียกกันว่ายุคเรืองปัญญา คนญี่ปุ่นเปิดรับความเป็นสมัยใหม่กันอย่างไร  ฉากที่ 3 เดินสู่ศตวรรษที่ 20 เมื่อญี่ปุ่นผงาดขึ้นเป็นมหาจักรวรรดิแห่งเอเชียในสงครามมหาเอเชียบูรพา จนวิเคราะห์กันว่านี่คือความพยายามเอาชนะความเป็นสมัยใหม่ของญี่ปุ่น ในฉากที่ 4 การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของญี่ปุ่นยุคหลังสงคราม ญี่ปุ่นสร้างสังคมยุคหลังสมัยใหม่ขึ้นมาอย่างไร และฉากสุดท้าย เป็นการแสวงหาตัวตนและบทบาทของญี่ปุ่นในโลกยุคหลังสงครามเย็น

การโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1941

ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับความลักลั่นในการแสวงหาอัตลักษณ์ของตนเอง เมื่อครั้งโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์สำเร็จในวันที่ 7 ธันวาคม 1941 กองทัพเรือญี่ปุ่นทุ่มกำลังทั้งหมดโจมตีสหรัฐอเมริกาจนย่อยยับ มุมมองยอดนิยมต่อ “ความเป็นอเมริกัน” ในญี่ปุ่นสมัยนั้นคือความเป็นสมัยใหม่ที่บ้าคลั่ง และญี่ปุ่นกำลังจะเอาชนะ

“ถ้ามีความฝันแบบอเมริกันได้ ก็มีความฝันแบบญี่ปุ่นได้เช่นกัน”

เมื่อญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงนับเป็นความพ่ายแพ้ต่อความเป็นสมัยใหม่ด้วยเช่นกัน และญี่ปุ่นยุคหลังสงครามจึงเดินหน้าฟื้นคืนความมั่งคั่งทางจิตวิญญาณแห่ง “ความเป็นญี่ปุ่น” กลับขึ้นมาอีกครั้ง กระทั่งสังคมญี่ปุ่นได้เคลื่อนผ่านกระบวนการเป็นสมัยใหม่มาจนถึงปลายทางแล้ว ภาวะอารมณ์ของสังคมญี่ปุ่นหลังสมัยใหม่ได้รับการบันทึกไว้ในนวนิยายก้องโลก A Wild Sheep Chase และ Dance, Dance, Dance ของ ฮารูกิ มุราคามิ ที่ชี้ให้เห็นถึงความเป็นปัจเจกบุคคลที่ถูกทำลายอย่างต่อเนื่องด้วยข้อจำกัดของระบบที่บีบให้ทุกคนเป็นเหมือนกันหมด

ในหนังสือเล่มนี้เราได้เห็นญี่ปุ่นที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ปฏิกิริยาของคนญี่ปุ่นต่อชาวต่างชาติที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ความพยายามที่จะเป็นที่ยอมรับต่อนานาชาติ ท่าทีของนานาชาติต่อญี่ปุ่น ความเป็นชาตินิยมที่ค่อยๆ ก่อร่างขึ้น การพยายามคงรากทางวัฒนธรรมของตนไว้ท่ามกลางกระแสคลื่นความเป็นสมัยใหม่ และความรู้สึกสิ้นหวังหลังสงครามเย็นสิ้นสุด รวมถึงวิกฤตอัตลักษณ์เมื่อก้าวสู่ศตวรรษที่ 21

สุดท้ายแล้วเราอาจไม่ได้คำตอบว่า “ความเป็นสมัยใหม่ของญี่ปุ่นคืออะไร” เพราะญี่ปุ่นเองก็ยังมีคำถามเช่นเดียวกับอีกหลายสังคมในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ศตวรรษที่ 21 ว่าจะเกิดอะไรตามมาหลังความเป็นสมัยใหม่ และบทบาทของญี่ปุ่นคืออะไร

“ภาพตัดต่อของโลกเก่ากับโลกใหม่ เกอิชากับรถไฟหัวกระสุน ภูเขาฟูจิกับถนนไฟนีออน แท้จริงแล้วเป็นภาพอันถูกต้องพอสมควรขององค์ประกอบที่แทรกสลับกันไปมาของญี่ปุ่นสมัยใหม่ …สังคมที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยความหลากหลายนี้ไม่ใช่สังคม ‘ตะวันออก’ ในจินตนาการ แต่เป็นสังคมสมัยใหม่ที่ปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์และบทบาทของตนในโลกทุนนิยมอย่างต่อเนื่อง”