หนังสือสำนักพิมพ์

หนังสือบนแผง

Global Change 3

  จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ถึงการมาถึงของหุ่นยนต์ จาก Disruptive Technology ถึง Internet Finance และจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ถึงจัสติน ทรูโด Global Change 3 จับกระแสความเปลี่ยนแปลงรอบโลกระลอกล่าสุดที่เข้าปะทะกับเราแบบไม่ทันตั้งตัวในแบบที่อ่านสนุกเข้าใจง่าย ตั้งแต่เรื่องนวัตกรรม เทคโนโลยี เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา สังคม…

Global Change 2

Internet of Things สำคัญอย่างไร Hydrogen Society เป็นไปได้หรือไม่ Driverless Car มีปัญหาตรงไหน Word of the Year สะท้อนอะไร และทำไมต้อง Dad Bod ในโลกที่หมุนเร็วยิ่งกว่ายุคไหนๆ นี่คือส่วนหนึ่งของสายลมแห่งความเปลี่ยนแปลง บางเรื่องผ่านมาแล้วผ่านไป แต่หลายเรื่องจะกระทบกับชีวิตแน่นอน Global Change 2…

Digital Future: อนาคตเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรมใหม่ในยุคดิจิทัล

อะไรทำให้แคมเปญรณรงค์ผ่าน Change.org มีพลังเปลี่ยนแปลงการกำหนดนโยบายสาธารณะ? อะไรทำให้ Ice Bucket Challenge กลายเป็นกระแสไวรัลที่สร้างความตื่นตัวให้คนทั่วโลก? ทำไม “รัฐธรรมนูญอินเทอร์เน็ต” ของบราซิลถึงถูกเรียกว่ากฎหมายในฝันของพลเมืองเน็ตโลก? และเหตุใดนโยบายซิงเกิลเกตเวย์จึงอาจฉุดรั้งอนาคตของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลไทย? Digital Future รวบรวมข้อเขียนว่าด้วยอนาคตของเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในโลกดิจิทัล โลกที่ส่งเสริมพลังการมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนแปลงของ ประชาชน 2.0 ซึ่งไม่อาจถูกกักขังด้วยความคิดแบบยุคอนาล็อก โลกที่เศรษฐกิจและวัฒนธรรมเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการและพลเมืองเข้ามาสร้างสรรค์นวัตกรรมและความคิดใหม่ๆ ได้อย่างเสรี กรณีศึกษาเชิงรูปธรรมจากทั่วโลกในหนังสือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริมวิถีและวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้งอกงามยิ่งขึ้น ซึ่งอาจใช้เป็นแนวทางในการกำหนดก้าวย่างสู่อนาคตสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลของเรา…

Global Change

  ในโลกปัจจุบันที่หมุนเร็วขึ้น คลื่นกระแสการเปลี่ยนแปลงจากทั่วโลกโหมใส่เราทุกขณะ และส่งผลกระทบต่อชีวิตตั้งแต่เรื่องใกล้ตัวจนถึงเรื่องไกลตัว หนังสือ Global Change เล่มนี้ จับกระแสการเปลี่ยนแปลงและเรื่องราวน่าสนใจของโลกมาเล่าด้วยสำนวนอ่านสนุก เพื่อให้ผู้อ่านก้าวทันโลก ไม่ตกยุค และไม่สับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกปัจจุบันกันแน่ วรากรณ์ สามโกเศศ เป็นนักเศรษฐศาสตร์และคอลัมนิสต์รางวัลนักเขียนบทความดีเด่นประจำปี 2557 กองทุนหม่อมราชวงศ์อายุมงคล โสณกุล เป็นเจ้าของงานเขียนกว่า 31 เล่ม รวมทั้งหนังสือสามัญประจำบ้านชุด “โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี” ของสำนักพิมพ์มติชน และ…

หางกระดิกหมา 2

  จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนตื่นรู้เรื่องคอร์รัปชัน การต่อต้านคอร์รัปชันก็จะมีคุณภาพมากขึ้น คนที่คิดจะคอร์รัปชันก็ต้องคิดหนักขึ้น มาตรการต่อต้านคอร์รัปชันก็พลอยจะได้ผลยิ่งขึ้น แต่ทำอย่างไรจะเกิดการตื่นตัวเรื่องนี้ หางกระดิกหมา 2 บอกไว้ว่า อย่าสักแต่ท่องคาถา “ไม่เอาโกงๆ” แต่ต้องสื่อสารองค์ความรู้เรื่องคอร์รัปชันอย่างรอบด้าน ครบถ้วน อย่าตะโกนเรียกหาแต่ “คนดี คนเก่ง” แต่ต้องสร้างระบบที่ดีที่จะควบคุมคนโกงและป้องกันการทุจริต นี่คือภาคต่อของการเปิดโปง “คอร์รัปชัน” อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่เข้มข้นยิ่งขึ้น แฉกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ในที่ลับสู่ที่แจ้ง และเสนอแนะมาตรการที่หวังให้เป็นองค์ประกอบของ “ระบบที่ดี” เพื่อให้เมืองไทยหลุดพ้นจากกับดักชั่วร้ายของคอร์รัปชัน…

หางกระดิกหมา: คู่มือต้านคอร์รัปชั่นที่ไปไกลกว่าการร้องหาคนดี

  เมื่อได้อ่านต้นฉบับ หางกระดิกหมา จนจบ ผมก็เกิดอาการ “อึ้ง-ทึ่ง-ลุ้น” “อึ้ง” ที่ตัวอย่างของคอร์รัปชั่นแต่ละเรื่องนั้น พิสดารล้ำลึกกว่าที่เคยคิดไว้เสียอีก “ทึ่ง” ที่วิเคราะห์คอร์รัปชั่นจากมุมมองของเศรษฐศาสตร์การเมืองได้อย่างแจ่มกระจ่าง และ “ลุ้น” ว่าเราอาจมีทางชนะได้ในสงครามสู้กับคอร์รัปชั่น ในฐานะผู้เสียภาษีและคนไทยคนหนึ่ง ผมขอขอบคุณคุณบรรยงและคุณธนกรที่กรุณาเขียนหนังสือที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อประเทศไทย สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์  …………………………………………………………….. เรามักเข้าใจคอร์รัปชั่นกันในแง่ของศีลธรรมหรือความดี-ความชั่วเป็นหลัก แต่ส่วนความเข้าใจในแง่ที่เป็นวิทยาศาสตร์เช่นว่าคอร์รัปชั่นนั้นคืออะไร เกิดจากปัจจัยใด และจะแก้ไขกันอย่างไร ในแบบที่ไม่ต้องอ้างอิงคุณธรรมนามธรรมทั้งหลายนั้น ดูเหมือนจะยังขาดอยู่…

บรรยง พงษ์พานิช เขียน

    ในยุค “ราชาเงินทุน” ผมเองก็เคยใฝ่ฝันอยากเป็น “เซียนหุ้น” ตอนนั้นมีเงินเท่าไรก็ใส่ไปหมด แถมยังกู้ทุกบาทเท่าที่กู้ได้ ตอนแรกยิ่งรวยปลิ้นก็ยิ่งฮึกเหิม ใช้ชีวิตฟู่ฟ่าอยู่แค่ปีครึ่ง ฝันก็สลาย ทุกอย่างมันฟองสบู่ล้วนๆ ฉิบหายกันทั้งตลาด … ผมเรียนรู้เรื่องตลาดหุ้นเรื่อยมา ยิ่งเรียนก็ยิ่งรู้ตัวว่ายังรู้น้อย แต่อย่างน้อยก็รู้ว่าควรทำอะไร และไม่ควรทำอะไร นั่นคือ รู้ว่าไม่ควร “เล่นหุ้น” -.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.- ตลอด 36 ปีในตลาดหุ้น…

บรรยง พงษ์พานิช คิด

    ผมเริ่มทำงานในตำแหน่งเสมียนเคาะกระดานหุ้น เงินเดือน 2,450 บาท เมื่อ 36 ปีที่แล้ว หลังจากหางานอยู่ถึง 8 เดือน เพราะตอนวัยรุ่นใช้ชีวิตเกเร จนจบ 5 ปี ด้วยเกรดเฉลี่ย 2.00 ที่ได้งานก็เพราะรุ่นพี่รักบี้จุฬากำลังมองหาเสมียนเคาะกระดานหุ้นที่มี “ร่างกายกำยำ ทนแรงเบียดแรงกระแทกได้ดี ถนัดการแก่งแย่งช่วงชิง และเจ้าเล่ห์ทันคน” ซึ่งไม่ใช่คุณสมบัติทางวิชาการใดๆ เลย…