Revolution 2.0 … ปฏิวัติการปฏิวัติ

โดย วชิรวิทย์ คงคาลัย

นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

“เราล้วนคือคาเลด ซาอิด”

 

คาเลด โมฮาเม็ด ซาอิด หนุ่มอียิปต์วัย 28 โดนตำรวจลับสองคนซ้อมทรมานบนท้องถนนในเมืองอเล็กซานเดรียจนถึงแก่ชีวิตในวันที่ 6 มิถุนายน 2010

ชื่อของเขาถูกนำมาตั้งเป็นชื่อเพจเฟซบุ๊กโดยแอดมินนิรนามที่ตั้งใจจะแสวงหาความยุติธรรมให้กับความตายของ คาเลด ซาอิด ใครจะคิดว่าชื่อเพจสั้นจับใจและโพสต์ข้อความเรียบง่ายเสมือนว่าคาเลดพูดมาจากหลุมศพนี้จะปลุกมโนธรรมสำนึกของผู้คนจนสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดการลุกฮือประท้วงครั้งใหญ่ของประชาชนชาวอียิปต์ ณ จัตุรัสทาห์รีร์ กลางกรุงไคโร เมื่อปี 2011

 

แอดมินนิรนามคนนั้นเปิดเผยตัวเขาและเรื่องราวน่าอัศจรรย์นี้ไว้ในหนังสือเรื่อง Revolution 2.0 หรือ ปฏิวัติ 2.0 เขาก็คือ วาเอล โกนิม (Wael Ghonim)

โกนิมผู้บอกว่าตัวเองเป็นคนอียิปต์ธรรมดาๆ ที่ตกใจและเศร้าใจกับความโหดเหี้ยมที่เกิดกับคาเลดนี้ เขียนบันทึกขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเบื้องหลังการปฏิวัติในอียิปต์เมื่อปี 2011 ซึ่งตัวเขาเองมีบทบาทสำคัญจุดประกายการปฏิวัตินั้นให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ การปฏิวัติครั้งนั้นก็ได้เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของอียิปต์ไปอย่างสิ้นเชิง และที่สำคัญคือมันได้ปฏิวัติการปฏิวัติที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เป็นการปฏิวัติที่เปลี่ยนโลกไปสู่ยุคใหม่แห่งการปฏิวัติ นั่นคือสิ่งที่หนังสือเล่มนี้พยายามจะนำเสนอแก่ผู้อ่าน

การปฏิวัติคือการเปลี่ยนแปลงระบบทั้งหมดไปสู่ระบอบสังคมการเมืองตามอุดมคติ ดังที่เราทราบกันดี การปฏิวัติสังคมการเมืองครั้งสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ก็คือ การปฏิวัติฝรั่งเศส ค.ศ.1789 แน่นอน การที่มันประสบผลสำเร็จได้นั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะอารมณ์ร่วมและการรวมตัวของคนในสังคมช่วงนั้นเอื้อให้เกิดขึ้น แต่ถามว่าในปัจจุบันถ้าเราอยากให้เกิดการปฏิวัติเช่นนั้นอีก เราจะใช้วิธีการแบบเดิมได้ไหม เราอาจจะตอบได้ยากขึ้น เพราะรูปแบบการพบปะของคนในสังคมแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นวิธีการปฏิวัติที่ใช้ในอดีตอาจใช้ไม่ได้ผลในปัจจุบันซึ่งเป็นยุคของโลกอินเทอร์เน็ต ผู้คนสนใจมีปฏิสัมพันธ์กันในโลกเสมือนมากกว่าโลกจริง เมื่อเป็นเช่นนี้สิ่งที่ต้องทำสำหรับการปฏิวัติในโลกยุคปัจจุบันคืออะไร

หากติดตามข่าวการปฏิวัติอียิปต์ในปี 2011 คุณจะพบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้การปฏิวัติเกิดขึ้นได้รวดเร็วฉับพลันก็คือ Social Media เช่นเฟซบุ๊ก แต่สำหรับโกมิน การปฏิวัติ 2.0 ไม่ได้มีแค่นั้น …

การปฏิวัติในอดีตมักจะมีผู้นำที่มีบารมี มีความเข้าใจทางการเมือง และบางครั้งก็เป็นอัจฉริยะทางการทหาร การปฏิวัติเช่นนั้นเราเรียกได้ว่า การปฏิวัติในรูปแบบ 1.0 แต่การปฏิวัติในอียิปต์ต่างออกไป มันคือการเคลื่อนไหวที่เกิดจากภูมิปัญญาของมวลชนโดยปราศจากผู้นำอย่างแท้จริง … ผู้คนที่แค่โพสต์ความเห็นในโลกไซเบอร์เริ่มออกมายืนในที่สาธารณะ จากนั้นเหล่าผู้ประท้วงที่เคยออกมายืนเงียบก็พัฒนาตัวเองเป็นนักเดินขบวนที่เปล่งเสียงเรียกร้อง และจำนวนผู้ประท้วงก็เติบโตขึ้นจนมากพอที่จะล้มรัฐบาลทรราชย์ที่กดขี่ประชาชนได้

ทุกวันนี้ หนุ่มสาวอียิปต์ที่รู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจตระหนักว่าพวกเขาสามารถก่อร่างสร้างอนาคตของประเทศนี้ได้โดยเชื่ออย่างแท้จริงว่านี่คือประเทศของพวกเขา” (หน้า 359)

ดังนั้นการปฏิวัติ 2.0 ในทัศนะของโกมิน เครื่องมือที่ใช้จึงไม่ใช่ตัวกำหนดสำคัญของการปฏิวัติ ผู้คน หนุ่มสาวผู้มีความกล้าอุดมไปด้วยความฝันที่จะเห็นประชาธิปไตยต่างหากที่เป็นผู้กำหนดความเป็นไปของการปฏิวัติ

อียิปต์ที่รัก คนหนุ่มสาวกำลังมีแรงบันดาลใจ … ใครจะทุบตีคนหนุ่มสาว 100,000 คนที่รักกันและใส่ใจกันและกันได้เล่า…ถึงตอนนี้มีคน 2,000 คนวางแผนจะสวมชุดดำและร่วมยืนอย่างสงบนิ่งในวันศุกร์แล้ว ผมพิศวงว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแล้วพบสิ่งนี้… ผมขอสาบานว่าเราคือกลุ่มคนหนุ่มสาวที่มีคุณค่า ทั้งหมดที่เราต้องการก็คือโอกาสเท่านั้น

ข้างต้นคือโพสต์ข้อความจากเฟซบุ๊กในช่วงเวลาก่อนและระหว่างการปฏิวัติ ซึ่งหนังสือเล่มนี้เดินเรื่องผ่านข้อความเหล่านั้นเป็นหลัก ทำให้เรารับรู้ได้ถึงอารมณ์ในช่วงเวลานั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งบนโลกออนไลน์และบนท้องถนน ดังที่โกนิมว่าไว้ “วีรบุรุษของการปฏิวัติที่แท้จริงคือคนที่ตายและบาดเจ็บ ไม่ใช่ผม เราต่างต้องเรียกร้องความยุติธรรมให้พวกเขา”

นี่คือประเทศของผม นี่คือประเทศของเรา พวกเราทุกคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าของอียิปต์ต้องมุ่งมั่นต่อสู้เพื่อสิทธิของชาวอียิปต์ ถ้าไม่ใช่เพื่อคนรุ่นเรา ก็คนรุ่นหลัง” 

ข้างต้นนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหนังสือ ปฏิวัติ 2.0 ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่เราไม่เคยรู้ และโกมินอยากเล่าให้ฟังเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เขาพบเจอทั้งสมหวังและผิดหวังตลอดช่วงเวลาแห่งการปฏิวัติ และสิ่งที่เรียกว่า “ปฏิวัติ 2.0” นี้ แท้ที่จริงแล้วหัวใจของมันคืออะไร

ร่วมค้นหาความหมายของ ปฏิวัติ 2.0 ไปด้วยกัน ไม่แน่ว่าหนังสือเล่มนี้อาจจุดแรงบันดาลใจให้กับคุณ