อ่าน “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” ด้วยมโนทัศน์ใหม่

โดย  มนภัทร จงดีไพศาล

นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

จากพาดหัวข่าวในสื่อสาธารณะ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ และความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจที่ไม่ได้ปรากฏชัดมาตั้งแต่ยุคสงครามเย็น ก็ไม่น่าประหลาดใจเลยหากสถานการณ์ระหว่างประเทศอันย่ำแย่เหล่านี้จะทำเราตระหนกตกใจและสลดกับความเลวร้ายของสิ่งที่เกิดขึ้น ผนวกกับความพยายามในการคลี่คลายความขัดแย้งผ่านการเจรจาทางการทูตที่ด้อยประสิทธิผล เสมือนเป็นสัญญาณเตือนภัยถึงวิกฤตระดับโลกที่กำลังคืบคลาน กระทั่งทำให้เราตั้งคำถามกับการดำรงอยู่ของสันติภาพอันเลือนรางและโอกาสของการเกิดสงครามโลกครั้งใหม่

ผู้อพยพชาวเคิร์ดในซีเรียกว่า 70,000 คนข้ามพรมแดนเข้าสู่ตุรกี เพื่อหลบหนีกลุ่มติดอาวุธ ISIS ที่รุกคืบเข้ายึดพื้นที่หมู่บ้านหลายสิบแห่งในซีเรีย

ในระยะเวลาที่ผ่านมา การสูญเสียชีวิตมนุษย์จำนวนมากเกิดขึ้นจากการความรุนแรงทั้งภายในรัฐและระหว่างประเทศ ทั้งจากเงื้อมมือของรัฐและของประชาชนด้วยกันเอง ยังไม่รวมถึงความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นปัญหาระดับโลกที่ก่อตัวขึ้นจากการกระทำที่สั่งสมมาช้านานของมนุษย์ เส้นทางสู่สันติภาพของมนุษยชาติจึงดูเหมือนว่ากำลังเดินถอยหลังลงคลองครั้งใหญ่

 

เหยื่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว โดยนาซีเยอรมันระหว่างปี 1940-1945 มีผู้เสียชีวิตกว่า 6 ล้านคน นับเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

อย่างไรก็ตาม เราพบว่ามีความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงสงครามและลดการใช้ความรุนแรงในช่วงเวลาที่คับขันนี้มากกว่ายุคสมัยใดในประวัติศาสตร์ ระบบระหว่างประเทศสร้างกลไกในการสร้างความร่วมมือและการประนีประนอมกันระหว่างตัวแสดงที่หลากหลายซึ่งขัดแย้งกันในประเด็นข้ามชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์การระหว่างรัฐบาลระดับโลกหนึ่งเดียวที่เรามีอย่างสหประชาชาชาติ องค์การระหว่างรัฐบาลระดับภูมิภาคอย่างสหภาพยุโรป กระทั่งองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือในด้านต่างๆ อย่างกาชาด กรีนพีซ องค์การแพทย์ไร้พรมแดน หรือองค์การด้านสิทธิมนุษยชนอย่างองค์การเฝ้าระวังสิทธิมนุษยชนและองค์การนิรโทษกรรมสากล ซึ่งแม้จะเป็นองค์การที่ไม่ใช่รัฐ ทว่ามีบทบาทสำคัญในการสร้างองค์ความรู้และให้ความช่วยเหลือแก่นานาชาติในยามวิกฤตโดยทำงานร่วมกับหน่วยงานพิเศษต่างๆ ของสหประชาชาติ ไม่ว่าบทบาทเหล่านี้จะยังคงเป็นที่ถกเถียงในด้านความชอบธรรมหรือความมีประสิทธิภาพ เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการทำงานของกลุ่มคนน้อยใหญ่เหล่านี้ส่งอิทธิพลอย่างกว้างขวางต่อการเมืองระหว่างประเทศ

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2011 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจัดประชุมฉุกเฉินหารือมาตรการคว่ำบาตรรัฐบาลลิเบียที่ใช้ความรุนแรงปราบปรามการชุมนุมประท้วงของประชาชนจนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 ราย

 

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: ความรู้ฉบับพกพา  พาเราไปสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและมโนทัศน์ของมันผ่านแง่มุมต่างๆ ในเหตุการณ์ร่วมสมัย โดยมองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศผ่านแว่นตาสัจนิยมของผู้กำหนดนโยบายของประเทศมหาอำนาจเป็นหลัก เน้นความสำคัญของอำนาจที่ปรากฏอยู่ในพื้นที่ที่รัฐเป็นตัวแสดงสำคัญ เช่น นโยบายต่างประเทศของมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ หรือสหราชอาณาจักร ต่อความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และอีกหลายพื้นที่ หนังสือเล่มนี้จึงสามารถปูพื้นในการทำความเข้าใจความโกลาหลของสถานการณ์ระหว่างประเทศในปัจจุบันได้อย่างไม่ยากนัก

อย่างไรก็ตาม ขอบเขตของการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นกว้างขวางมากและไม่จำกัดอยู่เพียงในกรอบคิดของสำนักใดสำนักหนึ่ง คำอธิบายของทฤษฎีใดที่ได้รับการยอมรับมากพอก็อาจกลายเป็นความจริงได้ อย่างที่ผู้แปลกล่าวย้ำไว้ว่า เสน่ห์ของการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคือความรู้ที่ไม่หยุดนิ่งตายตัว หากเคลื่อนคล้อยไปตามบริบทระหว่างประเทศควบคู่ไปกับการตีความสถานการณ์ในแต่ละยุคสมัย

ฉะนั้น ในยามที่การใช้นโยบายแบบเอกภาคีเสื่อมถอย และการทูตด้านการจัดการความขัดแย้งแบบพหุภาคีได้รับความนิยมมากขึ้น คำกล่าวที่ว่าสงครามเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั้นก็ดูจะเป็นการมองโลกในแง่ร้ายจนเกินไป

 

 

ท่ามกลางเส้นแบ่งอันรางเลือนระหว่างความขัดแย้งภายในและระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเลือกแก้ไขความขัดแย้งกันเองภายในรัฐหรือด้วยการกดดันจากประชาคมโลก ท้ายสุดแล้วทุกคนสามารถตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง พอล วิลคินสัน ผู้เขียน ได้เน้นย้ำหลักการรากฐานของระบบระหว่างประเทศที่ควรยึดถือในบทสรุปของหนังสือเล่มนี้ นั่นคือ การรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ พร้อมกับส่งเสริมการปกครองแบบประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม เพื่อที่ความขัดแย้งซึ่งมีรากฐานจากการกระจายตัวของความเป็นธรรมอย่างไม่ทั่วถึงจะบรรเทาลง และการเคารพสิทธิมนุษยชนจะขยายตัวในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

“I have discovered that, contrary to so much received opinion, it is possible for democracies to

respond effectively to contemporary terrorism without undermining basic civil liberties and the rule of law, and that the protection of human rights, far from being an obstacle to effective counterterrorism, is a vital part of an effective long-term democratic response.”1

1อ้างอิงจาก http://www.telegraph.co.uk/news/obituaries/politics-obituaries/8698835/Professor-Paul-Wilkinson.html